วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

การใส่ปุ๋ยให้กับมันสำปะหลัง-การปลูกมันสำปะหลัง

มันสำปะหลัง เป็นพืชไร่ชนปี อายุเก็บเกี่ยวโดยประมาณ  8-12 เดือน มันสำปะหลังสามารถปลูกได้ทั้งดินเหนียว ดินร่วน และดินร่วนเหนียว สามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นดินที่มีอินทรีย์ธาตุสมบูรณ์ และมีธาตุอาหารเพียงพอในการปรับโครงสร้าง ตามช่วงอายุของมันสำปะหลัง ในช่วย 1-3 เดือนต้องการธาตุอาหารไนโตเจนเพื่อสร้างการเจริญเติบโตส่วนของการสร้างใบยอดและลำต้น และฟอสฟอรัส โปรตัสเซียมพอสมควร หลังจากมันสำปะหลังอายุ3-6 เดือนเป็นช่วงเก็บสะสมอาหารเพื่อปรับสภาพเป็นการสร้างแป้ง หรือสร้างหัวมัน ธาตุอาหารที่ใช้จำนวนมาก คือโปตัสเซียม สูตรปุ๋ยที่เหมาะสมในการใส่ให้กับมันสำปะหลัง ได้แก่ 15-15-15 หรือปุ๋ยผสมเอง ได้แก่ 16-16-16  หรือ 21-4-21 แล้วแต่ความอุดมสมบูรณ์ของดิน แต่ธาตุที่มีความจำเป็น คือ ไนโตรเจน และ โปรตัสเซียม สำหรับธาตุฟอสฟอรัสเป็นความต้องการองลงมา



สอบถาม/สั่งซื้อ ฐนารักษ์ เฉิดสนิท โทร.086-2411850
email:  ka4314@hotmail.com

วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เพลี้ยลงนาข้าวลพบุรี



ปัญหาเพลี้ยกระโดดสำน้ำตาลในนาข้าว จัดอยู่ในมหันตภัยอย่างหนึ่งกับเกษตรกร เมื่อเกิดมีเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดในพื้นที่จะทำการแพร่กระจายคุมพื้นที่นาข้าวอย่างรวดเร็วชั่วระยะเวลา 14-15 วัน ทำให้นาข้าวเสียหายตายทั้งแปรงนา การกำจัดเพลี้ยกระโดดในขณะที่กำลังระบาดเป็นการยากสำหรับเษตรกร การดูดกินน้ำเลี้ยงและการปล่อยเชื้อไวรัสในต้นข้าวได้รวดเร็ว เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลตัวเมียเพียง 1 ตัว สามารถออกไข่ได้ 300-400 ฟอง/วัน และไข่เพลี้ยกระโดดจะทำการฟักเป็นตัวอ่อนได้ภายใน 7 วัน  เป็นการระบาดได้รวดเร็วมาก เกษตรกรมักแก้ปัญหาด้วยการฉีดพ่นด้วยยาฆ่าเพลี้ย หรือใช้วิธีหยอดน้ำยาในผิวน้ำ แต่เป็นการใช้วิธีกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลที่ปลายเหตุ ไม่ทันกับอัตราการขยายพันธุ์การฟักไข่ของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และปัญหาที่ต่อเนื่อง สารพิษที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ สารตกค้างต่อสภาพแวดล้อม ราคาสารเคมีที่นับวันมีราคาแพงขึ้น


วิธีกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลที่ได้ผลดีและปลอดภัยโดยใช้สารอินทรีย์

1.สารจุลินทรีย์(เชื้อราบูวาเรียสำเร็จรูป) ใช้ทดแทนสารเคมีในการฉีดพ่นได้ทุก 7 วัน ในระยะการฟักตัวไข่แมลงเพลี้ยกระโดด โดยทำการฉีดพ่นไปที่ตัวแม่ลงเพื่อหยุดการแพร่ระบาดจะทำให้ตัวแมลงเริ่มมีอาการป่วยและหยุดการกินอาหารล่วงหล่นในน้ำตายไป
2. สารอินทรีย์สกัดจากวิตามินพืช  ดับเบิ๊ลอี ใช้คุมไข่ของแมลงเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพื่อควบคุม หยุดยั้งการฟักตัวของไข่แมลง ไม่เป็นอัตรายสำหรับผู้ใช้ และใช้ผสมกับเชื้อราบิววาเรียทำให้หยุดการแพร่ระบาดได้เร็วกว่าการฆ่าแมลงเพียงอย่างเดียว ใช้ผสมน้ำฉีดพ่นพร้อมกัน ทุก 7 วันต่อเนื่อง 2-3 ครั้งในบริเวณที่มีตัวและไข่แมลงเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
3. สารอินทรีย์สังเคราะห์ ไรซ์โกลด์ ช่วยเพิ่มความแกร่งของเนื้อเยื่อต้นและใบของข้าว ป้องกันการดูดน้ำเลี้ยง ซึ่งทำให้เพลี้ยกระโดดที่เกาะอยู่บริเวณต้นข้าวดูดน้ำเลี้ยงของต้นข้าวได้ยาก หรือทำให้เพลี้ยย้ายถิ่นไปในพื้นที่อื่น หรือทำให้เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลไม่มีอาหารหล่อเลี้ยง ตัวแมลงไม่สมบูรณ์ และไม่ทำการสืบพันธุ์ ไม่สามารถขยายพันได้  ใช้สารอินทรีย์สังเคราะห์ไรซ์โกลด์ ร่วมกัน เชื้อราบูวาเรีย และสารคุมฆ่าไข่ ดับเบิ๊ลอี ฉีดพ่นพร้อมกัน ได้ผลดียิ่งขึ้น

สอบถาม/สั่งซื้อ คุณฐนารักษ์ เฉิดสนิท โทร.086-2411850
email:  ka4314@hotmail.com

การปลูกผักคะน้า-ปุ๋ยดีกับผักคะน้า-การใส่ปุ๋ยผักคะน้า

ผักคะน้า เป็นผักสีเขียวนวลนิยมกินใบและลำต้น ถิ่นกำเหนิดเดิมมาจากประเทศจีน ชาวจีนเรียกว่า ไก่หลันไช่ ผักคะน้าตามปกติมีอายุอยู่ได้ถึง 2 ปี แต่นิยมปลูกและเก็บผลภายในฤดูการเดียว ผักคะน้าสมารถปลูกได้ทุกฤดูการ แต่ที่เหมาะในการปลูกและได้ผลดีจะอยู่ในช่วงเดือน ตุลาคม-เมษายน อายุของผักคะน้าในการปลูกตามปกติที่จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตหรือตัดต้นได้ เมื่อผักคะน้ามีอายุได้ประมาณ 45-55 วัน แต่อาจเก็บได้ก่อนนั้นหากมีการให้ปุ๋ยบำรุงดี

พันธุ์ผักคะน้ามี  3 พันธุ์ คือ
1. ผักคะน้าพันธุ์ใบกลม ลักษณะใบกว้างใหญ่ ปลายใบมน และมีคลื่นที่ผิวใบเล็กน้อย ช่วงของปล้องสั้นได้แก่ พันธุ์ฝาง เบอร์ 1
2. ผักคะน้าพันธุ์ใบแหลม ลักษณะมีใบที่แคบเล็กกว่าพันธุ์ใบกลม ตรงปลายใบจะแหลม มีข้อปล้องยาว ได้แก่พันธ์  P.L.20
3. ผักคะน้าพันธุ์ยอด หรือผักคะน้าก้าน เป็นผักคะน้าที่มีใบต่อต้นน้อย ลักษณะใบเหมือนผักคะน้าพันใบแหลมมีปล้องยากว่า ได้แก่ พันธุ์แม่โจ้ 1



ประโยชน์ในผักคะน้า   ผักคะน้ามีวิตามินหลายชนิดได้แก่ เบตาแคโรทีน ช่วยลดอาการโรคมะเร็งต่าง ๆ เช่น มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ มะเร็งที่ปอด และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มีวิตามีนซี ช่วยบำรุงเนื้อเยื่อ สร้างภูมิคุ้มกันโรค มีแคลเซียมช่วยบำรุงกระดูก

การปลูกและการใส่ปุ๋ยกับผักคะน้า การทำสวนผักคะน้าแบบต่อเนื่องถาวรหลายปี หรือการทำแปรงปลูกผักคะน้าแบบขายส่งจำนวนมาก ใช้การเตรียมดินด้วยปุ๋หมัก ไถพรวนหน้าดินเมื่อตากดิน  เพื่อให้ดินทำการปลูกผักคะน้าได้อย่างต่อเนื่องหลายปีด้วยการบำรุงอินทรีย์ธาตุในดิน สำหรับปุ๋ยรองพื้นก่อนปลูกควรใช้ปุ๋ยอินทรีย์เช่นปุ๋ยคอก ไก่ปุ๋ยขี้ไก่ หรือปุ๋ยขี้วัว ขี้ควาย หรือปุ๋ยขี้หมูหมักแล้วตากแห้ง (ควรหลีกเลี่ยงการใช้มูลสัตว์สดเนื่องจากปุ๋ยจะไปแย่งไนโตรเจนในดิน และการให้ปุ๋ยทางใบบำรุงพืช เพื่อเร่งผลผลิต และคุณภาพของต้นผักคะน้า

ปุ๋ยเอ็นฟังก์ชั่น เป็นปุ๋ยอะตอมมิกไบโอนาโนเทคโนโลยี ใช้สำหรับทดแทนธาตุอาหารที่ได้จากปุ๋ยเคมีทางดิน ประกอบด้วยธาตุอาหารหลัก ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปรตัสเซียม  ธาตุอาหารรอง ได้แก่ แม็คนีเซียม และแคลเซียม(ไม่มีกำมะถัน)และยังมีธาตุอาหารเสริมของพืช ได้แก่ โบรอน เหล็ก ทองแดง เหล็ก สังกะสี และมังกานิส ใช้สำหรับให้ปุ๋ยทางใบทดแทนการให้ปุ๋ยเคมีทางดิน  เอ็นฟังก์ชั่นเป็นปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีกระสอบ ทดแทนธาตุอาหารที่ได้จากปุ๋ยเคมีได้มากกว่า 50%  การใช้เอ็นฟังก์ชั่นกับผักคะน้าอัตราการใช้ผสมน้ำ 400 ลิตร ใช้ฉีดพ่นทุก  7 -10 วัน

สอบถาม/สั่งซื้อ คุณฐนารักษ์ เฉิดสนิท โทร.086-2411850
email:  ka4314@hotmail.com

วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ฟาร์มเห็ดตัวอย่าง

การทำฟาร์มเพาะเห็ดนางฟ้าภูฐานและฟาร์มเห็ดนางรมฮังการี เห็ดที่นิยมเพาะเลี้ยงในฟาร์มเปิดที่เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งของเกษตรกรที่นิยมเพาะเห็ดทั่วทุกภาค ภาคเหนือ ภาคตะวันอออเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ การเพาะเห็ดสามารถทำรายได้ให้แก่เกษตรกรได้ดี หากรู้จักวิธีการพื้นฐาน และเทคนิคการดูแลก้อนเชื้อเห็ด การให้น้ำเห็ด และการทำโรงเรือนเพาะเห็ด ผู้ที่เริ่มต้นเพาะเห็ดอาจศึกษาวิธีการเพาะเห็ดจำนวนน้อย การทำโรงเรือนแบบง่าย ๆ และใช้เพื้นที่เล็ก ๆ ทดลองเริ่มแรกเพื่อศึกษาวิธีการเพาะเห็ดโดยลงก้อนเชื้อเห็ดไม่เกิน 1,000 ก้อน เมื่อศึกษาวิธีการได้ชำนาญดีแล้วจึงทำการเพาะเป็นฟาร์มเห็ดขนาดใหญ่



การทำฟาร์มเพาะเห็ดขนาดใหญ่และฟาร์มเพาะเห็ดขนาดเล็ก

1.การเพาะเห็ดขนาดใหญ่ เป็นการทำฟาร์มเพาะเลี้ยงเห็ดขนาดใหญ่ในรูปของฟาร์มอาชีพ หรือบริษัทฟาร์ม  มีระบบบริหารจ้ดการที่ค่อนข้างพิถีพิถันเชิงวิชาการ วิธีการป้องกันโรคเห็ด การดูแลเชื้อก้อนเห็ด การฆ่าเชื้อ ลักษณะโรงเรือใช้พื้นที่มามีขนาดใหญ่ การเพาะเห็ดแบบครบวงจร ได้แก่ การเขี่ยเชื้อเห็ด การนึ่งก้อน การอัดก้อนเห็ด มีการเพาะเลี้ยงก้อนเห็ดจำนวนมากตั้งแต่ 50,000-100,000 ก้อน

2.การเพาะเห็ดขนาดเล็ก เป็นการทำฟาร์มเพาะเห็ดที่มีขนาดเล็ก พื้นที่ใช้เพาะเห็ดไม่มากนัก เกษตรกร มือใหม่สมัครเล่น สามารถทำได้ทั่ว ๆ ไป เป็นการศึกษาวิธีการจากประสบการณ์เริ่มต้น จนถึงขั้นเกิดความชำนาญ การลงทุนครั้งแรกอาจเริ่มต้นแต่ก้อนเห็ดจำนวนน้อย ประมาณ 600ก้อน ถึง 1,00ก้อน เมื่อมีประสบการณ์แล้วจึงเพิ่มจำนวนและสร้างโรงเพาะเห็ดหลาย ๆ โรงเพาะ หรืออาจใช้วิธีการประหยัดที่ใช้พื้นที่น้อยในการเพาะเลี้ยง โดยใช้วิธีการแขวนก้อนเชื้อเห็ด ใช้ขนาดพื้น 1.5x 2 ตารางเม็ด ต่อเห็ด 600 ก้อน

เทคนิคและวิธีการเพาะเลี้ยงเห็ด
1. วิธีการการจัดหาก้อนเชื้อเห็ด (เห็ดนางฟ้าภูฐานดำ,เห็ดนางรมฮังการี,เห็ดหูหนู ) ในการเริ่มต้นครั้งแรกควรเริ่มหาแหล่งเขี่ยเชื้อและทำก้อนเห็ด โดยทดลองซื้อครั้งแรกไม่เกิน 600 ก้อน ลองนำมาเพาะเลี้ยงดูมาตรฐานการเขี่ยเชื้อของฟาร์มก้อนเห็ด เมื่อทดลองได้ดีแล้วครั้งจึงเพิ่มจำนวนการสั่งซื้อก้อนเห็ดจำนวนมาก หากจะให้ดีแล้วควรหาซื้อก้อนเห็ดที่มีชื่อเสียง หรือหาซื้อในพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากฟาร์มจะรับประกันการออกดอกของเห็ด และจะแถมก้อนเชื้อเผื่อก้อนที่ไม่ได้มาตรฐาน
2. เทคนิคการเปิดก้อนเชื้อเห็ด เพื่อให้ได้เกิดดอกเห็ดเฉลี่ยทุก ๆ วัน เช้า  1 ครั้ง เย็น 1 ครั้ง ควรจัดชุดเปิดเมื่อถึงกำหนด ออกเป็น 3 ชุด เท่า ๆ กัน และเปิดห่างกันชุดละ 2 วัน การให้น้ำตั้งแต่เปิดชุดแรก โดยให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ ไม่ต้องจัดกลุ่มการให้น้ำ เห็ดจะออกดอกโดยเฉลี่ยทุก ๆ วัน ประมาณ 10 % จากก้อนเห็ดที่จัดเป็นชุดแล้ว

3. เทคนิคการให้น้ำกับก้อนเชื้อเห็ด ให้ระบบสปริงเกอร์ฝอยน้ำ ควรให้น้ำวันละ 3 ครั้ง  ทุก 4 ชั่วโมง ในเวลากลางวัน และหยุดให้น้ำในเวลากลางคืน ให้ติดต่อกัน 3-4 วัน แล้วหยุดพักการให้น้ำ 1 วัน สลับกัน เพื่อให้ก้อนเชื้อได้มีโอกาสระบายความชื้นที่เกิดจากกาให้น้ำมากเกินไป จนถึงขั้นเปียกแฉะน้ำเข้าไปในก้อนเห็ดจำนวนมาก อาจทำให้เกิดก้อนเชื้อเน่า เชื้อเห็ดตาย
4. การใช้ปุ๋ยเร่งดอกเห็ด เห็ดนางฟ้าภูฐานดำ และเห็ดอัดก้อนทุกชนิด จะเติมธาตุอาหารเข้าไปในก้อน ทำให้เส้นใยของเห็ดเดินดี เนื่องจากเห็ดจะออกดอกแล้วพักก้อน 7-15 วัน เพื่อการสร้างดอกเห็ด ใหม่ การใช้ปุ๋ยเร่งดอกเห็ด เป็นการให้ธาตุอาหารเพิ่มกับก้อนเห็ด และเร่งการเจริญเติบโตของเห็ด เพื่อให้ดอกเห็ดออกดอกอย่างสม่ำเสมอ
5. การใช้จุลินทรีย์ ป้องกันเชื้อรา ไร หมัด เห็บ ในก้อนเห็ด ควรใช้สารอินทรีย์ หรือจุลินทรีย์ที่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคดอกเห็ด มีความจำเป็นสำหรับการดูแลรักษาก้อนเชื้อเห็ดให้มีอายุการออกดอกเห็ดให้นานที่สุด ตามปกติ เห็ดนางฟ้าภูฐานดำ และเห็นางรมฮังการี จะมีระยะการออกดอก เฉลี่ยประมาณก้อนละ 1 กิโลกรัม ออกต่อเนื่องกันระยะเวลา 3-4 เดือน

สั่งซื้อ ฐนรักษ์ เฉิดสนิท โทร.086-2411850
email: ka4314@hotmail.com